มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับ อบต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ จัดเวที “อนาคตการควบคุมบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ในมือท้องถิ่นไทย" ครั้งที่ 2 จังหวัดกาฬสินธุ์ ชูจุดเด่นผนึกความร่วมมือภาคี 13 หมู่บ้าน ขยายผลตัดวงจร "นักสูบหน้าใหม่"
.
16 มีนาคม 2569 เวลา 11.30 น. ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานตรวจเยี่ยม เวที “อนาคตการควบคุมบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ในมือท้องถิ่นไทย" ครั้งที่ 2 จังหวัดกาฬสินธุ์ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดโดน อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีนางสาวบังอร ฤทธิภักดี เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ นายยุทธนา คงสมมาตร นายอำเภอห้วยเม็ก นายภูมิภาค ชนะศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุดโดน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน สื่อมวชน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมเวที
.
การจัดเวที “อนาคตการควบคุมบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ในมือท้องถิ่นไทย" ครั้งที่ 2 จังหวัดกาฬสินธุ์ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอและต่อยอด องค์ความรู้ นโยบาย และการขับเคลื่อนงานควบคุมบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ในกลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อศึกษาบทเรียนการดำเนินงานควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตัวแทนประเทศไทยชิงรางวัลอาเซียนปลอดบุหรี่ (ASEAN Smoke-Free Award) ประจำปี 2569 และเพื่อสร้างกระแส "ท้องถิ่นไทยไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า" เนื่องในวันท้องถิ่นไทย 18 มีนาคม ของทุกปี
.
กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการแสดงรำต้อนรับ ประกอบเพลงฮักกาฬสินธุ์ โดย เด็กและเยาวชน จากชมรมนาฏศิลป์ โรงเรียนนาค้อวิทยาคม จากนั้นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินเยี่ยมชมบูธนิทรรศการแสดงผลการดำเนินงาน โดย องค์การบริหารส่วนตำบลกุดโดน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกุดโดน โรงเรียนนาค้อวิทยาคม และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอห้วยเม็ก พร้อมรับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงาน อบต.กุดโดนปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เกี่ยวกับการสร้างสิ่งแวดล้อม การสร้างความเข้มแข็งในชุมชน การสร้างทักษะส่วนบุคคล การสร้างระบบบริการสุขภาพที่เอื้อต่อการไม่สูบบุหรี่ รวมถึงการดำเนินงานของภาคีในพื้นที่ ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานสาธารณสุขอำเภอห้วยเม็ก สถานีตำรวจภูธรห้วยเม็ก โรงพยาบาลห้วยเม็ก ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอห้วยเม็ก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกุดโดน สถานศึกษาในพื้นที่ตำบลกุดโดน ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลกุดโดน ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตำบลกุดโดน และได้ให้คำแนะนำเพื่อยกระดับการดำเนินงาน จากนั้นได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ณ ศาลากลางบ้าน บ้านกุดโดน หมู่ที่ 1 พร้อมรับฟังการนำเสนอการดำเนินงาน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่
.
องค์การบริหารส่วนตำบลกุดโดน มีการดำเนินงานภายใต้ "โครงการคนกุดโดนรู้ทัน ป้องกันภัยจากบุหรี่" ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2565 โดยใช้มาตรการเชิงรุกที่สำคัญ ด้านนโยบายและกฎหมาย ประกาศให้พื้นที่ อบต. สถานที่ราชการ และสถานที่สาธารณะทุกแห่งเป็นเขตปลอดบุหรี่ 100% ตาม พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ด้านการสร้างเครือข่าย ได้จัดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับ ภาษีเครือข่าย 13 หมู่บ้าน ทั้ง อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งยังบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง อาทิ สถานีตำรวจภูธรห้วยเม็ก โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลกุดโดน และสถานศึกษาในพื้นที่ มุ่งเป้าสำคัญในการป้องกันและเฝ้าระวังนักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะอันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งเริ่มมีการระบาดในกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ ประกอบกับการสนับสนุนให้มีการสร้างความตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนในชุมชน เพื่อสุขภาวะที่ดีของประชาชนทุกช่วงวัยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อที่เข้าถึงชุมชน เช่น บูธนิทรรศการในงานวันเด็ก งานอำเภอยิ้มเคลื่อนที่ และการสื่อสารผ่านเพจเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีบุคคลต้นแบบสามารถเลิกสูบได้สำเร็จ 3 คนในรุ่นที่ 1 และกำลังขยายผลสู่รุ่นที่ 2 ที่มีผู้สมัครใจเพิ่มขึ้นเป็น 8 คน โดยได้รับการสนับสนุนยาช่วยเลิกบุหรี่จากคลินิกฟ้าใสโรงพยาบาลห้วยเม็ก ซึ่งปัจจุบันองค์การบริหารส่วนตำบลกุดโดน ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยชิงรางวัลอาเซียนปลอดบุหรี่ (ASEAN Smoke-free Award) ประจำปี 2569 พร้อมได้รับการเสนอชื่อรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควบคุมยาสูบยอดเยี่ยม ในวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2569
.
การจัดเวทีในครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการควบคุมบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ในกลุ่มเยาวชน ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในระดับท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นต้นแบบการดำเนินงานให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป