จังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมกับเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ แถลงข่าวการจัดงานเทศกาลมหัศจรรย์โปงลางกาฬสินธุ์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 17.30 น. นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานงานแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลมหัศจรรย์โปงลางกาฬสินธุ์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการวิจัยมหาวิทยาลัยศิลปากร "การพัฒนาเมืองแห่งทุนวัฒนธรรมที่ยั่งยืน และเครือข่ายย่านวัฒนธรรมชุมชน ระยะที่ 2" ณ บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์หอศิลป์กาฬสินธุ์ ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ (หลังเก่า) อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ ตัวแทนชุมชน และสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร่วมงานโดยพร้อมเพรียง
การแถลงข่าวในครั้งนี้ เป็นการยืนยันถึงความพร้อมในทุก ๆ ด้านของการจัดงานเทศกาลมหัศจรรย์โปงลางกาฬสินธุ์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการวิจัยมหาวิทยาลัยศิลปากร "การพัฒนาเมืองแห่งทุนวัฒนธรรมที่ยั่งยืน และเครือข่ายย่านวัฒนธรรมชุมชน ระยะที่ 2" และเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน สร้างการรับรู้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยมุ่งนำเสนออัตลักษณ์ดนตรีพื้นบ้าน “โปงลาง” อันเป็นซอฟต์พาวเวอร์สำคัญของจังหวัด ควบคู่การส่งเสริมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน และการมีส่วนร่วมของเยาวชนและเครือข่ายทางวัฒนธรรมในพื้นที่ โดยมีนายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นายกีรฒิการย์ พิมพะนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ ดร.จำเริญ แก้วเพ็งกรอ ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ นายธงชัย คำโสภา ปราชญ์ดนตรีพื้นบ้านโปงลาง และ พ.ต.ท.หัสดีวิช ศรีกำพล รอง ผกก.ป.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ร่วมแถลงข่าว
ทั้งนี้ งานเทศกาลมหัศจรรย์โปงลางกาฬสินธุ์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการวิจัยมหาวิทยาลัยศิลปากร "การพัฒนาเมืองแห่งทุนวัฒนธรรมที่ยั่งยืน และเครือข่ายย่านวัฒนธรรมชุมชน ระยะที่ 2" กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 ณ สวนสาธารณะแก่งดอนกลาง จังหวัด
กาฬสินธุ์ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ขบวนแห่ "มหัศจรรย์โปงลางกาฬสินธุ์ พิธียกอ้อ ยอครู บูชาครูดนตรีพื้นบ้านอีสาน การแสดง แสง สี เสียง สุดอลังการ จากวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ และการประกวดวงดนตรีพื้นบ้านโปงลาง เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด และถ่ายทอดดนตรีพื้นบ้านโปงลางอันเป็นอัตลักษณ์ และมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ และประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ เห็นคุณค่าของทุนทางวัฒนธรรม เกิดจิตสำนึกรักท้องถิ่น สืบสานวัฒนธรรมไปยังคนรุ่นใหม่ อีกทั้งเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งเรียนรู้ สู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้กับสาธารณชน และกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่